อันตรายของไข้หวัดใหญ่

โรคไข้หวัด และ ไข้หวัดใหญ่

โรคไข้หวัด และ ไข้หวัดใหญ่ เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจตอนบนที่พบบ่อยเกือบตลอดปีเป็นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยเฉพาะเด็กเล็กอาจเป็นปีละหลายครั้ง โรคหวัด มักเป็นในฤดูหนาว ฤดูฝน หรือช่วงที่มีอากาศเปลี่ยนแปลง และ สามารถติดต่อกันได้ง่าย ในสถานที่มีกลุ่มคน เช่น โรงเรียน สถานที่ทำงาน เป็นต้น

สาเหตุของโรคหวัด

  • ไข้หวัด เกิดจาก เชื้อไวรัส ที่มีอยู่มากกว่า 200 ชนิดของกลุ่มไวรัสต่างๆ แต่ที่พบบ่อยที่สุดเกิดจาก เชื้อไวรัสกลุ่มไรโนไวรัส (rhinovirus) ซึ่งมีมากกว่า 100 ชนิด และเป็นกลุ่มไวรัสที่ติดต่อได้ง่าย นอกจากนี้มีกลุ่ม ไวรัสโคโรนา(coronavirus) กลุ่ม ไวรัสเอนเทอโร (enterovirus) เป็นต้น
  • ไข้หวัดใหญ่ เกิดจาก เชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา (influenzavirus) มีอยู่ 3 ชนิดใหญ่เรียกว่า ชนิด เอ บี และซี ซึ่งแต่ละชนิดยังแบ่งเป็นสายพันธุ์ย่อยอีกมากมาย โดยเชื้อไวรัส ชนิดเอทำให้เกิดโรคระบาดมากกว่าชนิดอื่นจึงก่อให้เกิดโรคบ่อยที่สุดและมีอาการรุนแรงมากกว่านอกจากนั้นสามารถกลายพันธ์เป็นสายพันธุ์ใหม่ๆ ซึ่งมักจะรุนแรงมากกว่าสายพันธุ์เดิม การเป็นโรคไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ในแต่ละครั้งจะเกิดจากเชื้อไวรัสเพียงหนึ่งสายพันธุ์ย่อยเมื่อหายแล้วร่างกายจะมีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสตัวนั้น และถ้าเป็นหวัดครั้งใหม่จะเกิดจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่หมุนเวียนไป

การติดต่อ

เชื้อไวรัสไข้หวัด และ ไข้หวัดใหญ่ มีอยู่ในน้ำมูก น้ำลายและเสมหะของผู้ป่วย สามารถแพร่เชื้อจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่งได้รวดเร็วโดย

  • การหายใจเอา เชื้อโรคที่แพร่กระจายอยู่ในอากาศ เข้าไปซึ่งมาจากการไอหรือจามของผู้ป่วย
  • การสัมผัสน้ำมูก น้ำลายหรือเสมหะของผู้ป่วย จากการสัมผัสถูกมือและสิ่งของเครื่องใช้ที่ปนเปื้อนเชื้อหวัด เช่น ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ โทรศัพท์ ปากกา เป็นต้น แล้วใช้นิ้วมือขยี้ตา แคะจมูกหรือเข้าปาก เชื้อหวัด จะเข้าสู่ร่างกายโดยผ่านทางเยื่อบุตา จมูกและปากนอกจากนั้นสภาวะอากาศที่หนาวแห้งทำให้ เชื้อไวรัส คงตัวอยู่ในอากาศได้นานมากขึ้น

ระยะติดต่อของ เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ที่สามารถแพร่เชื้อไปยังผู้อื่น คือ

  • 1 วันก่อนเกิดอาการ
  • 5 วันหลังจากมีอาการ

อาการของโรคหวัด

  • ไข้หวัดจะมีอาการ คอแห้ง และ คันคอ คัดจมูก มีน้ำมูกใส จาม และไอ อาจมีหรือไม่มีเสมหะ บางครั้งอาการไออาจนาน 2-3 สัปดาห์ ไข้หวัดในเด็ก มักมีไข้ส่วนผู้ใหญ่อาจไม่มีไข้หรือมีไข้ต่ำๆ
  • ไข้หวัดใหญ่ จะมีความรุนแรงมากกว่าไข้หวัดแต่ จะอาการค่อนข้างเร็วและ ส่วนใหญ่จะมีอาการภายใน 1-4 วัน หลังการติดเชื้อ
    • มีไข้สูง 39 – 40 องศา ประมาณ 2-4 วันไข้จะค่อยๆลดลง หากเป็นในเด็กเล็กอาจทำให้ชักได้ และหญิงตั้งครรภ์อาจทำให้แท้งได้
    • ปวดศีรษะรุนแรง ปวดกล้ามเนื้อ-ข้อ และอ่อนเพลียมาก
    • ปวดกระบอกตา ตาแดง น้ำตาไหล
    • เจ็บคอ และคอแดง
    • มีน้ำมูกไหล ไอแห้งๆ อาจไออยู่นาน 1-2 สัปดาห์
    • เบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน หรือ มีอุจจาระร่วงในบางรายทำให้นอนพักฟื้นหลายวัน

โรคแทรกซ้อน

ผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอหรือมี ภูมิคุ้มกันต่ำ ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ที่ทำงานหนักและพักผ่อนไม่เพียงพอ ถ้าปฏิบัติตัวไม่ถูกต้องและไม่ได้ไปรับการรักษาอาจทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนมีอักเสบของอวัยวะใกล้เคียง เช่น ทอนซิลอักเสบ หลอดลมหรือกล่องเสียงอักเสบ

  • ไซนัสอักเสบ
  • หูชั้นกลางหรือหูชั้นในอักเสบ
  • ปอดอักเสบหรือปอดบวม

ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือเป็นโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ โรคปอด โรคตับ โรคเลือด โรคมะเร็ง โรคเอดส์ เป็นต้นจากการเจ็บป่วยไข้หวัดใหญ่อาจทำให้เกิดการติดเชื้อและโรคประจำตัวที่เป็นอยู่เกิดอาการรุนแรงจนเป็นอันตรายต่อชีวิตได้หรือจากโรคแทรกซ้อนที่อันตราย ได้แก่

  • เกิดฝีในปอดหรือเกิดหนองในเยื่อหุ้มปอด
  • สมองและเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
  • เยื่อหุ้มหัวใจ และ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ

การรักษา

  1. ส่วนใหญ่เป็นการรักษาตามอาการ เช่น ลดไข้ ลดน้ำมูกและลดอาการไอ เป็นต้น โรคหวัดจะหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์ ควรดูแลสุขภาพอย่างถูกต้อง
  2. ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์และเด็กโตที่มีอาการนานกว่า 7 วัน ควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษาไม่ให้มีอาการรุนแรงและ ป้องกันการเกิดโรคแทรกซ้อน
  3. ให้ยาปฏิชีวนะ เมื่อมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน แต่สำหรับผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว แพทย์อาจให้ ยาปฏิชีวนะ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิด โรคแทรกซ้อน
  4. ให้ ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ สำหรับกลุ่มที่เสี่ยง เพื่อลดความรุนแรงของโรคและลดการเกิดโรคแทรกซ้อน

การดูแลสุขภาพเมื่อเป็น ไข้หวัดและ ไข้หวัดใหญ่

  1. นอนพักผ่อนให้มาก ดูแลร่างกายให้อบอุ่นจะทำให้หาย
  2. ป่วยได้เร็วขึ้น ควรพักอยู่บ้านและแยกนอนเพื่อไม่ให้แพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น ไม่ควรอดนอนหรือตรากตรำทำงานหนัก ซึ่งจะทำให้ร่างกายอ่อนแอมากขึ้นและเกิดโรคแทรกซ้อนได้ง่าย
  3. ดื่มน้ำหรือเครื่องดื่มอุ่นๆให้มาก โดยเฉพาะผู้ที่มีเสมหะและไอจะช่วยให้เสมหะใส ลดอาการระคาย และ คัดจมูก ระยะนี้ไม่ควรดื่มน้ำเย็น
  4. ใช้ผ้าปิดปากและจมูกเวลาไอ หรือ จาม กระดาษเช็ดน้ำมูก และ น้ำลาย ควรใส่ถุงและทิ้งใน ถังขยะที่มีฝาปิดมิดชิด
  5. ไม่สั่งน้ำมูกแรงๆ เพราะจะทำให้เชื้อลุกลามไปยังอวัยวะใกล้เคียงได้
  6. รับประทานอาหารอ่อนที่มีประโยชน์และย่อยง่าย
  7. เมื่อมีอาการไอ เจ็บคอ หรือ โรคแทรกซ้อน ควรไปพบแพทย์ เพื่อรับการรักษาให้อาการทุเลาโดยเร็วและป้องกันการเกิดโรคแทรกซ้อนที่รุนแรงอื่นๆ ไม่ควรซื้อยาชุดนอกจากไม่จำเป็นแล้วยังเป็นอันตรายได้
  8. ผู้ที่มีอาการไอ ระยะนี้ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสต่อสิ่งระคายเคือง เช่น ควันบุหรี่ หรือ หยุดสูบบุหรี่ ควันมลพิษ เป็นต้น เพราะจะทำให้มีอาการไอรุนแรงมากขึ้น

การป้องกันการเป็น ไข้หวัด และไข้หวัดใหญ่

โรคไข้หวัดใหญ่ ถือว่า เป็นโรคติดเชื้อรุนแรง สำหรับผู้สูงอายุ หรือ ผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอ จะรับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย และ เกิดการเจ็บป่วยได้ง่าย ดังนั้นจึงควรใส่ใจการป้องกันโรคหวัด ได้แก่

  1. พักผ่อนให้เพียงพอ อย่าอดนอน หรือ นอนรวมกับผู้ที่เป็นโรคหวัด
  2. ไม่คลุกคลีใกล้ชิดหรือใช้ของร่วมกับผู้ที่เป็น โรคหวัด เช่น แก้วน้ำ ปากกา เป็นต้น
  3. ล้างมือบ่อย ๆ หลังการสัมผัสสิ่งของที่อาจปนเปื้อนและหลีกเลี่ยงการใช้มือขยี้ตาแคะจมูกหรือเข้าปาก
  4. หมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอ และอย่าตรากตรำงานหนัก
  5. ดูแลร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ สวมเสื้อผ้าให้เหมาะกับฤดูกาล ไม่ควรตากฝน หรือ ตากแดดที่ร้อนจัดเป็นเวลานาน ๆ
  6. ไม่ควรอยู่ในสถานที่มีคนแออัด โดยเฉพาะเมื่อมี การระบาดของโรคหวัด
  7. ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ สำหรับผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอ หรือมีความเสี่ยงสูงต่อการเป็นโรคแทรกซ้อน วัคซีนจะป้องกันโรคได้ต่อปี และหลังฉีด 2 สัปดาห์ ร่างกายจึงภูมิคุ้มกันสูงพอในการป้องกันโรค ควรฉีดก่อนมีการระบาดของโรคหวัด

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลวส่วนบบุคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

Save